Thursday, 6 September 2018

ภัยพิบัติ...จะเกิดขึ้นไปถึงเมื่อไหร่?

ปกติเราจะเข้าใจว่า ภัยพิบัติด้วยไฟ จะรุนแรงกว่าภัยพิบัติด้วยน้ำ และภัยพิบัติด้วยน้ำจะรุนแรงกว่าภัยพิบัติด้วยลม นั่นคือภัยพิบัติแบบปกติธรรมดาๆ
แต่ถ้าได้ศึกษาพระไตรปิฎกถึง การสิ้นโลก หรือวิธีที่โลกจะถูกทำลาย หรือกัปวินาศ



โลกจะลูกทำลายด้วยไฟ ที่เรียกว่าไฟบรรลัยกัลป์ ติดกัน 7 ครั้ง ครั้งที่ 8 จะถูกทำลายด้วยน้ำ เรียกว่าน้ำบรรลัยกัลป์ 1 ครั้ง และเมื่อวนครบ 8 รอบ คือถูกทำลายด้วยไฟ 56 ครั้ง ด้วยน้ำ 7 ครั้ง ครั้งที่ 64 จะถูกทำลายด้วยลม เรียกว่าว่า ลมบรรลัยกัลป์ 1 ครั้ง
เมื่อกัปถูกทำลายด้วยไฟ ทั้งโลกและสวรรค์ต่างถูกทำลายจนหมด ลามไปจนถึงพรหมโลกอีก 5 ชั้น
เมื่อกัปถูกทำลายด้วยน้ำ ทั้งโลกและสวรรค์ต่างถูกทำลายจนหมด ลามไปจนถึงพรหมโลกอีก 8 ชั้น
เมื่อกัปถูกทำลายด้วยลม ทั้งโลกและสวรรค์ต่างถูกทำลายจนหมด ลามไปจนถึงพรหมโลกอีก 9 ชั้น
แสดงว่า ทั้งไฟ น้ำ และลม เป็นทั้งไฟหยาบไฟละเอียด น้ำหยาบน้ำละเอียด ลมหยาบลมละเอียด จึงสามารถทำลายได้ทั้งของหยาบและของละเอียด และลมรุนแรงกว่าน้ำ น้ำรุนแรงกว่าไฟ




เมื่อวานดูข่าววาตภัยในญี่ปุ่นที่สามารถพัดรถให้ลอยได้ พัดตึกให้โค่นได้ เลยนึกถึงลมบรรลัยกัลป์ ที่ตำราว่าไว้ว่า สามารถพัดเอาภูเขาให้ลอยขึ้นมากระแทกกัน จนแตกละเอียดเป็นผุยผง เลยพอจะเข้าใจว่า ถ้าลมมันแรงกว่าพายุที่ญี่ปุ่นซักล้านเท่า ก็อาจจะพัดหอบเอาภูเขาลอยขึ้นมาได้จริงๆ



มนุษย์ต่อให้เก่งแค่ไหน ก็ไม่อาจต้านทานได้กับภัยธรรมชาติ ถ้าเขาจะเอาจริง
และเบื้องหลังภัยธรรมชาติทั้งหมด ก็ล้วนเกิดมาจากมวลรวมพลังบาปของมนุษย์นั่นเอง ที่ต่างช่วยกันทำสะสมฝากเอาไว้บนโลกใบนี้ เมื่อใดที่มีปริมาณมากพอ เขาก็จะปันผลให้ทีนึง ใครฝากไว้เยอะ ก็รับปันผลเยอะ ใครทำไว้น้อยก็รับปันผลน้อย
สะสมบุญก็รับดอกเบี้ยบุญ สะสมบาปก็รับดอกเบี้ยบาป ดอกของใครก็ของคนนั้น ไม่อยากรับก็ต้องรับ มันเป็นกฏของธนาคารบุญ ธนาคารบาปเขานะครับผม

ขอขอบคุณ 
โพสต์จากเฟซบุค Somchet Mhin Jearanaisilpa
วิดิโอข่าวจาก The Guardian
ภาพข่าวจาก AP/Reuter


ขอเชิญชวนสั่งสมบุญด้วยการสวดมนต์บทธัมมจักกัปปวตนสูตร รักษาศีล เจริญภาวนา เพื่อเป็นเสบียงบุญที่เพิ่มพูนในทุก ๆ วันนะคะ



และการอยู่ท่ามกลางคนดี ก็จะทำให้เรามีความปลอดภัย หน้าที่กัลยาณมิตรจึงสำคัญ พรรษานี้ชวนคนทำความดีและสั่งสมบุญกันค่ะ




Tuesday, 31 July 2018

สาเหตุภัยพิบัติที่กล่าวไว้ในคัมภีร์พุทธศาสนา


        ในช่วงนี้ หลาย ๆ ประเทศในโลกประสบกับปัญหาภัยพิบัติมากมายหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ น้ำท่วม ไฟป่า พายุ และคลื่นความร้อน ภัยพิบัติอันเกิดจากธรรมชาตินั้นมีความต่อเนื่อง รุนแรง และแพร่กระจายไปยังภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วโลก เดือนกรกฎาคม 2561 มีภัยพิบัติเกิดขึ้นมากมาย ในหลากหลายประเทศ อาทิ เช่น ญี่ปุ่น กรีซ ลาว เมียนมาร์ สหรัฐอเมริกา อินโดนีเซีย ประเทศในยุโรป อินเดีย รวมถึง ไทยเราด้วย
       หากจะศึกษาถึงสาเหตุ ในทางวิทยาศาสตร์ก็ได้มีการศึกษาหาข้อมูล สามารถพยากรณ์อากาศเพื่อรับมือกับเหตุการณ์ร้ายต่างๆ แต่ถึงกระนั้น ก็ยังไม่สามารถรู้ได้ทันที่จะช่วยชีวิตคนทั้งหมดให้รอดจากภัยพิบัติได้


น้ำท่วมประเทศญี่ปุ่น
ไฟป่าประเทศกรีซ


 พายุ


       สำหรับในพุทธศาสนานั้น ได้มีคำสอนในเรื่องภัยพิบัติไว้อย่างละเอียดและน่าสนใจทีเดียว ซึ่งชาวพุทธและบุคคลทั่วไปน่าศึกษาไว้ 

พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงตรัสเล่าถึงยุคที่มนุษย์มีจิตใจตกต่ำถึงขีดสุด จนทำให้เกิดภัยพิบัติอันน่าสะพรึงกลัว 3 รูปแบบคือ

1.ไฟบรรลัยกัลป์ล้างโลก มีสาเหตุมาจากกิเลสตระกูลโทสะของมนุษย์ ยุคใดที่มนุษย์มีโทสะมาก โลกก็จะร้อนขึ้นเรื่อย ๆจนถึงจุดหนึ่งจะเกิดไฟบรรลัยกัลป์ที่เผาทำลายโลกมนุษย์ แล้วลุกลามไปยังสวรรค์ทั้ง 6 ชั้น และรูปพรหมอีก 3 ชั้น จนมอดไหม้หมดสิ้น




2น้ำบรรลัยกัลป์ล้างโลก มีสาเหตุมาจากกิเลสตระกูลราคะของมนุษย์ ยุคใดที่มนุษย์มีความโลภมาก มีราคะเกิดขึ้นท่วมท้น ถึงจุดหนึ่งจะเกิดน้ำบรรลัยกัลป์ล้างโลก สามารถทำลายล้างนับตั้งแต่โลกมนุษย์ สวรรค์ทั้ง 6 ชั้น จนถึงรูปพรหมอีก 6 ชั้นจนหมดสิ้น

 ภาพจากภาพยนตร์เรื่อง 2012


3ลมบรรลัยกัลป์ล้างโลก มีสาเหตุมาจากกิเลสตระกูลโมหะของมนุษย์ ยุคใดที่มนุษย์มีความลุ่มหลงมัวเมา ไม่รู้จักบาปบุญคุณโทษ จะเกิดลมบรรลัยกัลป์ล้างโลก ซึ่งมีอำนาจทำลายล้างยิ่งกว่าไฟและน้ำ สามารถพัดทำลายโลกมนุษย์ ตลอดจนสวรรค์ทั้ง 6 ชั้น จนถึงรูปพรหมอีก 9 ชั้น จนหมดสิ้น

 พายุทอร์นาโด


        นี่คือภัยพิบัติ ที่บังเกิดขึ้นในยุคที่ไม่อาจเยียวยาแก้ไขสิ่งใดได้แล้ว ส่วนเรานั้นยังโชคดีที่เกิดมาในยุคที่พระพุทธศาสนายังดำรงอยู่ จึงได้รู้ว่าภัยพิบัติที่ดูเผินๆ เหมือนภัยธรรมชาติที่เกิดจากน้ำ ลม ไฟนี้ แท้จริงเกิดจากกิเลสในใจคน ดังนั้นการแก้ไขภัยพิบัติจึงต้องเริ่มที่จิตใจคน

       ในครั้งพุทธกาล เมื่อเกิดภาวะผิดปกติ เช่น เกิดภัยแล้วฝนฟ้าไม่ตกต้องตามฤดูกาล หรือเกิดเหตุทุกข์ภัยต่าง ๆ พระราชาจะนำชาวเมืองทั้งหมดนุ่งขาวห่มขาว รักษาศีล และสวดมนต์เจริญภาวนาอย่างต่อเนื่อง 7 วัน 7 คืน หรือจนกระทั่งเหตุการณ์ค่อยๆ คลี่คลาย จนในที่สุดฝนฟ้ากลับมาตกต้องตามฤดูกาล พืชพันธุ์ธัญญาหารกลับมาอุดมสมบูรณ์ นี่คือสิ่งที่บัณฑิตนักปราชญ์ในกาลกาลก่อนได้กระทำเป็นต้นแบบ




        คนรุ่นใหม่ที่ได้ยินเรื่องราวเหล่านี้ อาจคิดว่าเป็นเพียงนิทาน แต่ขอให้ลองพิจารณาดูว่า บรรยากาศโลกของเราจะเป็นอย่างไร ถ้าทุกคนอยู่ในศีลในธรรม ตั้งใจทำความดี สิ่งแวดล้อมย่อมได้รับการดูแล สรรพสิ่งย่อมกลับเข้าสู่ภาวะสมดุล

ขอเพียงเราเริ่มต้นที่ตัวของเราเองก่อน แล้วชักชวนผู้คนรอบข้าง ให้พลังความดีขยายวงกว้างออกไป เราจะพบว่า ภัยพิบัติธรรมชาติมิใช่เหตุสุดวิสัย แต่สามารถป้องกันและแก้ไขได้ ด้วยการร่วมแรงร่วมใจกันทำความดี




       เมื่อรู้ดังนี้แล้ว ขอเชิญชวนกันมาสวดมนต์บทธัมมจักกัปปวัตตนสูตร และบทอื่นๆ เพื่อให้จิตใจที่รุ่มร้อนจากกิเลสนั้น ได้สงบเย็น เป็นการเติมบุญกุศลแก่ตัวเรา และโลกใบนี้ เพื่อให้พ้นจากภัยพิบัติ หรือแม้มีเหตุการณ์ที่น่าสะพรึงกลัวเกิดขึ้น ก็ขอให้บุญกุศลได้คุ้มครองความปลอดภัย ให้เราได้อยู่ในความสงบสุข และรักษาโลกใบนี้ไว้ให้ลูกหลานของเราต่อไปด้วย


ขอบพระคุณบทความจาก พระมหาสมชาย ฐานวุฑฺโฒ, ดร.