ในช่วงนี้ หลาย ๆ ประเทศในโลกประสบกับปัญหาภัยพิบัติมากมายหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ น้ำท่วม ไฟป่า พายุ และคลื่นความร้อน ภัยพิบัติอันเกิดจากธรรมชาตินั้นมีความต่อเนื่อง รุนแรง และแพร่กระจายไปยังภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วโลก เดือนกรกฎาคม 2561 มีภัยพิบัติเกิดขึ้นมากมาย ในหลากหลายประเทศ อาทิ เช่น ญี่ปุ่น กรีซ ลาว เมียนมาร์ สหรัฐอเมริกา อินโดนีเซีย ประเทศในยุโรป อินเดีย รวมถึง ไทยเราด้วย
หากจะศึกษาถึงสาเหตุ ในทางวิทยาศาสตร์ก็ได้มีการศึกษาหาข้อมูล สามารถพยากรณ์อากาศเพื่อรับมือกับเหตุการณ์ร้ายต่างๆ แต่ถึงกระนั้น ก็ยังไม่สามารถรู้ได้ทันที่จะช่วยชีวิตคนทั้งหมดให้รอดจากภัยพิบัติได้
หากจะศึกษาถึงสาเหตุ ในทางวิทยาศาสตร์ก็ได้มีการศึกษาหาข้อมูล สามารถพยากรณ์อากาศเพื่อรับมือกับเหตุการณ์ร้ายต่างๆ แต่ถึงกระนั้น ก็ยังไม่สามารถรู้ได้ทันที่จะช่วยชีวิตคนทั้งหมดให้รอดจากภัยพิบัติได้
![]() |
| น้ำท่วมประเทศญี่ปุ่น |
![]() |
| ไฟป่าประเทศกรีซ |
สำหรับในพุทธศาสนานั้น ได้มีคำสอนในเรื่องภัยพิบัติไว้อย่างละเอียดและน่าสนใจทีเดียว ซึ่งชาวพุทธและบุคคลทั่วไปน่าศึกษาไว้
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงตรัสเล่าถึงยุคที่มนุษย์มีจิตใจตกต่ำถึงขีดสุด จนทำให้เกิดภัยพิบัติอันน่าสะพรึงกลัว 3 รูปแบบคือ
1.ไฟบรรลัยกัลป์ล้างโลก มีสาเหตุมาจากกิเลสตระกูลโทสะของมนุษย์ ยุคใดที่มนุษย์มีโทสะมาก โลกก็จะร้อนขึ้นเรื่อย ๆจนถึงจุดหนึ่งจะเกิดไฟบรรลัยกัลป์ที่เผาทำลายโลกมนุษย์ แล้วลุกลามไปยังสวรรค์ทั้ง 6 ชั้น และรูปพรหมอีก 3 ชั้น จนมอดไหม้หมดสิ้น
2. น้ำบรรลัยกัลป์ล้างโลก มีสาเหตุมาจากกิเลสตระกูลราคะของมนุษย์ ยุคใดที่มนุษย์มีความโลภมาก มีราคะเกิดขึ้นท่วมท้น ถึงจุดหนึ่งจะเกิดน้ำบรรลัยกัลป์ล้างโลก สามารถทำลายล้างนับตั้งแต่โลกมนุษย์ สวรรค์ทั้ง 6 ชั้น จนถึงรูปพรหมอีก 6 ชั้นจนหมดสิ้น
3. ลมบรรลัยกัลป์ล้างโลก มีสาเหตุมาจากกิเลสตระกูลโมหะของมนุษย์ ยุคใดที่มนุษย์มีความลุ่มหลงมัวเมา ไม่รู้จักบาปบุญคุณโทษ จะเกิดลมบรรลัยกัลป์ล้างโลก ซึ่งมีอำนาจทำลายล้างยิ่งกว่าไฟและน้ำ สามารถพัดทำลายโลกมนุษย์ ตลอดจนสวรรค์ทั้ง 6 ชั้น จนถึงรูปพรหมอีก 9 ชั้น จนหมดสิ้น
นี่คือภัยพิบัติ ที่บังเกิดขึ้นในยุคที่ไม่อาจเยียวยาแก้ไขสิ่งใดได้แล้ว ส่วนเรานั้นยังโชคดีที่เกิดมาในยุคที่พระพุทธศาสนายังดำรงอยู่ จึงได้รู้ว่าภัยพิบัติที่ดูเผินๆ เหมือนภัยธรรมชาติที่เกิดจากน้ำ ลม ไฟนี้ แท้จริงเกิดจากกิเลสในใจคน ดังนั้นการแก้ไขภัยพิบัติจึงต้องเริ่มที่จิตใจคน
ในครั้งพุทธกาล เมื่อเกิดภาวะผิดปกติ เช่น เกิดภัยแล้วฝนฟ้าไม่ตกต้องตามฤดูกาล หรือเกิดเหตุทุกข์ภัยต่าง ๆ พระราชาจะนำชาวเมืองทั้งหมดนุ่งขาวห่มขาว รักษาศีล และสวดมนต์เจริญภาวนาอย่างต่อเนื่อง 7 วัน 7 คืน หรือจนกระทั่งเหตุการณ์ค่อยๆ คลี่คลาย จนในที่สุดฝนฟ้ากลับมาตกต้องตามฤดูกาล พืชพันธุ์ธัญญาหารกลับมาอุดมสมบูรณ์ นี่คือสิ่งที่บัณฑิตนักปราชญ์ในกาลกาลก่อนได้กระทำเป็นต้นแบบ
คนรุ่นใหม่ที่ได้ยินเรื่องราวเหล่านี้ อาจคิดว่าเป็นเพียงนิทาน แต่ขอให้ลองพิจารณาดูว่า บรรยากาศโลกของเราจะเป็นอย่างไร ถ้าทุกคนอยู่ในศีลในธรรม ตั้งใจทำความดี สิ่งแวดล้อมย่อมได้รับการดูแล สรรพสิ่งย่อมกลับเข้าสู่ภาวะสมดุล
ขอเพียงเราเริ่มต้นที่ตัวของเราเองก่อน แล้วชักชวนผู้คนรอบข้าง ให้พลังความดีขยายวงกว้างออกไป เราจะพบว่า ภัยพิบัติธรรมชาติมิใช่เหตุสุดวิสัย แต่สามารถป้องกันและแก้ไขได้ ด้วยการร่วมแรงร่วมใจกันทำความดี
เมื่อรู้ดังนี้แล้ว ขอเชิญชวนกันมาสวดมนต์บทธัมมจักกัปปวัตตนสูตร และบทอื่นๆ เพื่อให้จิตใจที่รุ่มร้อนจากกิเลสนั้น ได้สงบเย็น เป็นการเติมบุญกุศลแก่ตัวเรา และโลกใบนี้ เพื่อให้พ้นจากภัยพิบัติ หรือแม้มีเหตุการณ์ที่น่าสะพรึงกลัวเกิดขึ้น ก็ขอให้บุญกุศลได้คุ้มครองความปลอดภัย ให้เราได้อยู่ในความสงบสุข และรักษาโลกใบนี้ไว้ให้ลูกหลานของเราต่อไปด้วย
ขอบพระคุณบทความจาก พระมหาสมชาย ฐานวุฑฺโฒ, ดร.
ขอบพระคุณบทความจาก พระมหาสมชาย ฐานวุฑฺโฒ, ดร.








สาธุๆ สาธุครับ
ReplyDeleteน้อมกราบพระอาจารย์ฯ
ด้วยความเคารพยิ่งครับ